PROPERTY PERFECT : ‘เช็คสุขภาพ’ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรก

PROPERTY PERFECT : ‘เช็คสุขภาพ’ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรก ไม่ต้องไปโรงพยาบาลไหนทั้งนั้น เพราะเราไม่ได้ถึงสุขภาพกายนะ เราหมายถึงสุขภาพทางการเงินต่างหาก ว่าพร้อมมั้ย? เรารู้กันอยู่เเล้วว่าจะผ่อนบ้านสักหลัง หรือคอนโดฯ สักแห่ง เเน่นอนว่ามันเป็นเงินก้อนใหญ่ที่เยอะ เเละนานหลายปี ดังนั้นเราต้อง “พร้อม” ซะก่อน อนาคตจะได้ไม่ลำบากเรื่องการเงิน หรือเกิดสะดุดล้มกลางทางผ่อนต่อไม่ไหว บ้านที่จะเป็นของเราก็หายไปกับตา
นายไมเคิล ไอเซนเบิร์ก ผู้เชี่ยวชาญการเงินส่วนบุคคล จากเว็บไซต์ฟิเดลิตี้ กองทุนใหญ่อันดับ 1 ของสหรัฐฯ แนะนำเคล็ดลับซื้อบ้านหลังแรกว่า…

✱ ให้มั่นใจก่อนว่ามีแหล่งทำรายได้แน่นอน
การซื้อบ้านมีสัญญาผูกมัดการเงินในระยะยาว คิดจะซื้อบ้านจำเป็นต้องมีเงินสดหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นที่ตามมาหลังเป็นเจ้าของบ้านแล้ว ลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า สามารถจะชำระค่าผ่อนบ้านหรือคอนโดฯ นับจากนี้ไปอีก 6 เดือนได้หรือไม่ และอีก 6 ปีนับจากนี้ไปยังชำระค่าผ่อนได้อยู่หรือเปล่า
คู่สามีภรรยาบางคู่สามารถซื้อบ้านได้เมื่อทั้งคู่ทำงาน แต่ถ้ามีลูกเมื่อไร และสามีหรือภรรยาคนใดคนหนึ่งต้องหยุดงาน เมื่อนั้นการเงินครอบครัวอาจมีปัญหา ดังนั้นต้องมั่นใจว่าเรามีเเหล่งรายได้เเน่นอน

✱ มีเงินดาวน์บ้านหรือคอนโดฯ มากพอหรือยัง
ให้ชั่งใจเปิดดูตัวเลขเงินเก็บในบัญชี ว่ามีพร้อมและมากพอหรือไม่ที่จะวางเงินดาวน์บ้าน เงินดาวน์บ้านในเมืองไทยมีตั้งแต่ 5-20% ขึ้นอยู่กับราคาบ้านและข้อกำหนดของเจ้าของโครงการ แต่กฎหมายระบุว่าคอนโดฯ จะต้องวางดาวน์ขั้นต่ำ 10% ของราคาขาย ขณะที่บ้านแนวราบกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 10% หากบ้านราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทจะต้องวางดาวน์ไม่น้อยกว่า 20%
แน่นอนว่ามีหนทางอื่นที่ช่วยลดภาระเงินดาวน์ให้น้อยลง แต่ทางเลือกเหล่านั้นจะทำให้ผู้บริโภคเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะคุณอาจต้องจ่ายประกันภัยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มเป็นพิเศษ หรือกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น อย่าลืมว่าจำนวนเงินดาวน์ที่ต้องใช้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นภาษีอสังหาริมทรัพย์ ค่าซ่อมแซมเบื้องต้น ค่าใช้จ่ายในการขนย้าย และค่าตกแต่งบ้าน เป็นต้น

✱ ต้องมีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน
หากคุณมีเงินสดอยู่ในมือเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตนาน 3-6 เดือน นั่นหมายถึงการก้าวเข้าไปใกล้สถานะเตรียมตัวเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดฯได้แล้ว แต่ก็ให้นึกถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เข้ามาและเป็นเหตุให้การเงินสะดุด เช่น กรณีเจ็บป่วยรุนแรง การปลดพนักงาน หรือเหตุไม่คาดฝันต่างๆ ทำให้คุณไม่สามารถทำงานหารายได้ตามปกติ คุณต้องแน่ใจก่อนว่ายังมีเงินรองรับ ช่วยให้การชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยไม่สะดุด และสามารถผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากไปได้

✱ สร้างงบจำลองเพิ่มภาระซื้อบ้านเข้าไป
ด้วยลองพิจารณางบการเงินปัจจุบัน พร้อมสร้างงบรายจ่ายต้องใช้เมื่ออยู่ในฐานะเจ้าของบ้านแล้ว เพื่อให้รู้แน่ชัดว่าค่าใช้จ่ายสำหรับบ้านหลังแรกอยู่ในวงเงินเท่าใด และการชำระสินเชื่อผ่อนบ้านหรือคอนโดฯจะดำเนินไปอย่างไร
การคำนวณให้รวมปัจจัยเหล่านี้ไว้ด้วย คือ ใบเสร็จสาธารณูปโภคที่มีแต่จะปรับขึ้น ประกันภัย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ค่าธรรมเนียมในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายดูแลบำรุงรักษาบ้าน และค่าเดินทางมักจะปรับขึ้นเช่นกัน หากคำนวณออกมาแล้ว ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการซื้อบ้านได้ ขอให้ทำใจได้เลยว่าคุณอาจยังไม่พร้อมจะซื้อบ้าน

✱ สามารถคุมหนี้ไม่ให้บานปลายได้
แม้ว่าสถาบันการเงินจะมีวิธีคำนวณรายได้และรายจ่ายของคุณก่อนที่จะปล่อยสินเชื่อให้ แต่คุณต้องประเมินตัวเองเสียก่อน ให้แน่ใจได้ว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเฉพาะบ้าน ซึ่งรวมถึงเงินโอน ดอกเบี้ยกับภาษีและเงินประกันภัย หากรวมแล้วต้องไม่มากเกิน 33% ของรายได้รวมในแต่ละเดือน ขณะที่ภาระหนี้ต้องผ่อนในแต่ละเดือน ซึ่งรวมถึงหนี้อื่นๆ ต้องต่ำกว่า 38% ของค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ต้องมั่นใจว่ามีเงินเพียงพอ

✱ฉลาดเตรียมตัวเป็นเจ้าของบ้าน
แม้คุณสามารถซื้อหรือเป็นเจ้าของที่พักอาศัยได้ อย่าตัดสินใจง่ายๆ เพียงเพราะมีศักยภาพการเงินที่จะซื้อ เพราะเราต้องดูแล ซ่อมเเซมที่อยู่อาศัยด้วย นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายดูแลบ้านเป็นประจำด้วย