หมอแนะพกยาสมุนไพรแก้ท้องเสียติดตัวช่วงหน้าร้อน

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะประชาชนพกยาสมุนไพร ใช้รักษาอาการท้องเสีย หากปล่อยนานเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ควรพกติดตัวติดตู้ยาที่บ้านใช้ทันทีเมื่อเริ่มมีอาการ ยาจากสมุนไพรช่วยลดการสะสมสารเคมีในร่างกาย ปลอดภัยในระยะยาว ในช่วงหน้าร้อน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่จะประสบปัญหาจากโรคท้องเสีย ท้องร่วง เนื่องจากรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีเชื้อโรคปนเปื้อน

จึงควรระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหารที่เสี่ยงต่อโรคท้องเสีย ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ล้างมือ ล้างภาชนะบรรจุอาหารและอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาด อย่างไรก็ตามบางครั้งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการท้องเสีย แนะนำให้รับประทานยาเหลืองปิดสมุทร เป็นตำรับยาในยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ และเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ยารักษาโรคในกลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ยาแก้ท้องเสียในรูปแบบยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ประกอบด้วย เครื่องยา 13 ชนิด ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูกหรือมีเลือดปน และท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้ วิธีใช้ สำหรับเด็ก อายุ 6 -12 ปี รับประทานครั้งละ 800 – 1,000 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม ทุก 3-5 ชั่วโมง หรือใช้ ยาธาตุบรรจบ วิธีใช้ สำหรับเด็ก อายุ 6 -12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง หรือจะใช้ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรก็ได้ รับประทานครั้งละ 500 – 2,000 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการท้องเสีย ส่วนใหญ่อาการท้องเสียหากไม่ติดเชื้อรุนแรง สามารถหายได้เองแต่ข้อสำคัญเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายมักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กและคนสูงอายุจะอ่อนเพลียมีไข้จาก การสูญเสียน้ำจึงจำเป็นต้องทดแทนน้ำและเกลือแร่ป้องกันภาวะขาดน้ำด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำเกลือแห้งให้เพียงพอ ระหว่างท้องเสียควรรับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด และไม่ควรงดอาหาร เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร ไม่ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด เป็นต้น หากมีอาการท้องเสียชนิดติดเชื้อ เช่น อุจจาระมีมูกเลือดปนหรือมีไข้ร่วมด้วย กลิ่นอุจจาระมีกลิ่นเหม็นคล้ายของเน่า ให้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจหาเชื้อและทำการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth