รถรับจ้าง ขับรถแซงซ้ายจริงๆ แล้วผิดกฎหมายหรือไม่

รถรับจ้าง ขับรถแซงซ้ายจริงๆ แล้วผิดกฎหมายหรือไม่ การขับรถแซงซ้าย ซึ่งถือว่าขับรถแซงซ้ายนั้นเป็นมารยาทในการขังรถที่ไม่ควรทำเป็นอย่างมาก แต่ผู้ที่ขับรถแซงซ้ายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ท่านอาจจะไม่ทราบว่ากำลังทำผิดอยู่ และอาจจะไม่ทราบว่าผิดในเรื่องอะไรเดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้ในวันนี้

เรื่องของการขับรถแซงซ้ายนั้น ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่หลายๆคนนั้นอาจจะเจอเป็นประจำ ซึ่งการขับรถแซงซ้าย นอกจากที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุแล้ว รู้หรือไม่ว่ายังได้ทำผิดกฎหมายด้วยเช่นกันซึ่งระบุไว้ชัดเจน ตาม พรบ.จราจรทางบก ปี2522 หมวด2 มาตรา45 ได้มีการระบุไว้ชัดเจน ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแซงคันอื่นทางด้านซ้าย ดังนั้นการขับรถแซงทางด้านซ้ายถือว่าเป็นการผิกกฎหมายตาม พรบ.จราจร ส่วนผู้ที่ขับรถช้าทางเลนส์ขวาก็ถือว่าผิดกฎหมายตาม พรบ.จราจร มาตราที่35 ได้ระบุไว้ว่ารถที่มีความเร็วช้าและมีความเร็วต่ำกว่ารถคันอื่น ผู้ขับขี่ต้องทำการขับรถให้ชิดขอบทางเดินรถทางด้านซ้ายเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนั้นหมายความว่าหากผู้ที่ขับรถช้านั้นต้องขับรถอยู่ในเลนส์ซ้าย แต่ถ้าขับเลนซ์ขวาแล้วเจอรถที่ขับช้าแล้วไมยอมหลบ พรบ.จราจรจึงได้ยกเว้น ไว้ว่าผู้ที่ขับขี่สามารถแซงทางด้านซ้ายได้หากช่องทางด้านซ้ายนั้นปลอดภัย ซึ่งได้ระบุไว้ตามมาตรา 45(2)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ ที่ทางทีมงานได้นำมาให้เพื่อนๆได้ชมกันเกี่ยวกับเรื่องการขับรถแซงซ้าย ซึ่งผู้ที่ชอบขับรถแซงซ้ายควรทราบไว้ว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย พรบ.จราจร และยังเป็นเป็นการเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยเช่นกัน

ไขข้อข้องใจ ตำรวจมีสิทธิยึดกุญแจรถ,หรือไม่ ? ตามพรบ.จราจร

หลายๆคนนั้นเจอกันค่อนข้างบ่อยโดยเฉพาะ ผู้ที่ขับรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ กับการที่โดนตำรวจยึดกุญแจรถ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆท่านกำลังสงสัยว่า ทางเจ้าหน้าทีตำรวจสามารถทำได้ไหม เดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้

บางครั้งก็จะมีการเรียกตรวจจากทางเจ้าหน้าที่เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมาย

เรื่องของการที่โดนยึดกุญแจรถนั้น ถือเป็นอีกเรื่องที่มีข้อถกเถียงกันไม่แพ้เรื่อง การยึดใบขับขี่ ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่หลายๆท่านอาจจะไม่ทราบกันมาก่อน สำหรับเรื่องการยึดกุญแจรถนั้น ตามจริงแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิในการยึดกุญแจรถจากเรา ซึ่งอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระบุใน พรบ.จราจรทางบกนั้น ตามมาตรา 42(1) เจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ที่ขับขี่หยุดรถในเมื่อ

1. รถนั้นไม่มีสภาพไม่ถูกต้องตามที่การกำหนดไว้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6

2. เห็นว่าผู้ที่ขับขี่หรือบุคคลได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัติหรือกฎหมายเกี่ยวกับรถ
(26)(2)ในกรณีทีเจ้าหน้าที่พนักงานจราจร พนักงานสอบสวน เห็นว่าผู้ที่ขับขี่ฝ่าฝืนมาตรา 43(1) หรือ (2) ให้พนักงานจราจรพนักงานสอบสวน ที่สั่งให้มีการทดสอบผู้ที่ขับขี่ดังกล่าวว่าหย่อนความสามารถในอันนี้ที่จะขับหรือเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นกรือไม่

3. ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานสอบสวน ที่มีอำนาจกักตัวไว้ดำเนินการทดสอบได้ภายในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้การทดสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว เมื่อมีการให้ยอมทดสอบ เหตุผลของการทดสอบปรากฎว่าไม่ได้ฝ่าฝืนมาตรา 43(1) หรือ (2) ก็ให้ปล่อยตัวทันที่

4. การทดสอบตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎของกระทรวงมหาดไทย

ตามที่ระบุไว้จะเห็นได้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้แค่มีอำนาจสั่งให้แค่หยุด ซึ่งไม่ได้มีการระบุไว้ในเรื่องของการยึดกุญแจ