ผู้ใช้รถต้องรู้ เชื้อเพลิงแบบไหนเหมาะกับ รถรับจ้างขนของ ของคุณที่สุด

ผู้ใช้รถต้องรู้ เชื้อเพลิงแบบไหนเหมาะกับ รถรับจ้างขนของ ของคุณที่สุด น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองแต่ยากที่จะหลีกเลี่ยงในการใช้ โดยในปัจจุบันในประเภทไทย น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมีราคาค่อนข้างสูง จึงมีน้ำมันทางเลือกในแบบต่าง ๆ ที่มีราคาต่ำลงมา ดังนั้นผู้ใช้รถก็ควรจะรู้ว่ารถของคุณนั้นควรเติมน้ำมันแบบไหน และน้ำมันแบบไหน มีคุณสมบัติอะไรบ้าง

น้ำมันเชื้อเพลิงคือแหล่งพลังงานของเครื่องยนต์ด้วยการเผาไหม้ทำให้มีกำลังขับเคลื่อน

ถ้าหากมนุษย์เราต้องกินข้าว รถยนต์ของเราก็ต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิงเป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนด้วยการจุดระเบิดผ่านไปยังห้องเผาไหม้ด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในเครื่องยนต์แต่ละประเภทก็จะใช้เชื้อเพลิงที่ต่างกันออกไป อย่างเช่นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่เน้นแรงบิดก็จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ส่วนเครื่องยนต์ที่เน้นรอบจัดก็จะไปใช้น้ำมันเบนซิน วันนี้ Chobrod.com จะพาเพื่อน ๆ ทุกท่านทั้งมือใหม่หรือมือเก่า มาทำความรู้จักกับน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภท
ประเภทน้ำมัน เบนซิน , ดีเซล

ก่อนอื่นจะต้องขอแยกน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ นั่นก็คือ น้ำมันเบนซิน (Gasoline) และ น้ำมันดีเซล Diesel ซึ่งในสมัยนี้น้ำมันจะมีแยกประเภทลงไปอีกด้วยส่วนผสมของน้ำมันที่แตกต่างกันออกไปอย่าง แก๊สโซฮอล์ออกเทน 95, 91, E20, E85, ดีเซล B20 เป็นต้น ถ้าหากจะแยกกันจริง ๆ คงจะมีมากมายหลายแบบเพราะแต่ละประเทศก็จะมีส่วนผสมของน้ำมันที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจะขอพูดถึงน้ำมันในประเทศไทยของเราเท่านั้น

ส่วนใหญ่แล้วที่ฝาถังน้ำมันจะบอกได้ว่ารถคุณรองรับน้ำมันชนิดใดได้บ้างส่วนใหญ่แล้วที่ฝาถังน้ำมันจะบอกได้ว่ารถคุณรองรับน้ำมันชนิดใดได้บ้าง

ส่วนใหญ่แล้วที่ฝาถังน้ำมันจะบอกได้ว่ารถคุณรองรับน้ำมันชนิดใดได้บ้าง

น้ำมันเบนซิน

น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าของสสารเบาที่สุด ที่กลั่นออกมาจากน้ำมันดิบและน้ำมาปรับปรุงคุณภาพซึ่งจะเรียกว่า ออกเทน ความเข้มข้นของค่าออกเทนนั้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งาน ตั้งแต่ เครื่องบิน, รถยนต์, ไปจนถึงเครื่องตัดหญ้า, เครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ นอกจากออกเทนเข้มข้นสุดในบ้านเราอย่าง เบนซินออกเทน 95 ,91 ยังมีส่วนผสมให้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง แก็สโซฮอล์ เพื่อลดต้นทุนทำให้น้ำมันทางเลือกชนิดต่าง ๆ ราคาถูกลงกว่านั่นเอง

เบนซินออกเทน 95

เป็นน้ำมันที่มีความเสถียรที่สุด และมี ราคาค่อนข้างสูงใช้ได้กับรถยนต์แทบจะทุกประเภท เนื่องจากไม่มีผลิตของเอทิลแอลกอฮอล์ และมีค่าออกเทนสูง ทำให้การเผาไหม้ของเครื่องยนต์สมบูรณ์สะอาด และทำให้เครื่องยนต์นั้นมีประสิทธิภาพสูงตอบสนองในการขับได้ดีที่สุด น้ำมันประเภทนี้จะนิยมใช้กับรถระดับท็อปคลาส รถนำเข้าราคาแพง หรือ จะเป็นรถยนต์ที่ผ่านการโมดิฟายเครื่องยนต์มา หรือจะเป็นประเภทรถเก่าที่ไม่สามารถรองรับน้ำมันรุ่นใหม่ ๆ ได้

เบนซินออกเทน 91

เป็นน้ำมันอีกหนึ่งเกรดที่รองลงมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่า และสัดส่วนเปอร์เซ็นของออกเทนจะอยู่ที่ 91% โดยตามหลักทฤษฎีแล้ว เบนซินออกเทน 91 นั้นมีสเปคของน้ำมันที่ต่ำกว่า เบนซินออกเทน 95 แต่หากในการใช้จริงนั้นเรื่องของการตอบสนองแทบไม่ต่างกันมาก แต่ถ้าหากวัดกันจริง ๆ สำหรับผู้ที่ช่างสังเกต แล้วเบนซินออกเทน 91 จะมีอัตราการเร่งที่ต่ำกว่า 95 เล็กน้อย และ มีการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าเล็กน้อยเช่นกัน โดยในปัจจุบันนี้น้ำมันชนิดนี้ไม่ค่อยจะมีจำหน่ายในสถานบริการน้ำมันแล้วเนื่องจากภาครัฐได้ทำการยกเลิกการขายน้ำมันชนิดนี้ไปแล้ว

แก๊สโซฮอล์ 95

เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในกลุ่มของแก๊สโซลีน ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานและสามารถใช้งานแทน เบนซินออกเทน 95 โดยมีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ 99.5% ผสมกับน้ำมันเบนซิน 95 ในอัตราส่วนดังนี้ น้ำมัน 9 ส่วน และ เอเทนอล 1 ส่วน โดยในส่วนของน้ำมันนั้นจะเป็นน้ำมันเบนซินออกเทน 91 เพิ่มค่าออกเทนที่ทำให้แก๊สโซฮอล์ที่มีออกเท่าเท่ากับ เบนซิน 95 โดยสมัยนี้ส่วนใหญ่ในสถานบริการน้ำมันจะมีให้บริการมากกว่าน้ำมันที่เป็นออกเทน 95
แก๊สโซฮอล์ 91

เป็นน้ำมันที่ถูกผลิตมาให้ใช้แทน เบนซินออกเทน 91 โดยมีส่่วนผสมของเอทานอล ที่มีความบริสุทธิ์ 99.5% เช่นเดียวกับในกรณีแก๊สโซฮอล์ 95 โดยมีสัดส่วนดังนี้ น้ำมัน 9ส่วน เอทานอล 1 ส่วน ซึ่งสามารถใช้ได้เป็นปกติไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อสมรรถนะเครื่องยนต์ โดยอัตราสิ้นเปลือง และ อัตราการเร่ง ไม่แตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 91 และสามารถเติมผสมกับน้ำมันชนิดอื่น ๆ ได้โดยไม่เป็นอันตรายกับเครื่องยนต์ของคุณ

แก๊สโซฮอล์ E20

ถือว่าเป็นน้ำมันอีกชนิดที่มาใหม่ในช่วงประมาณ10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถูกทำให้เป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือก โดยส่วนผสมนั้นก็คือ น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วมาผสมกับเอเทนอล ในอัตราส่วน เบนซิน 80% และ เอทานอล 20% ซึ่งมีชื่อเรียกว่า แก๊สโซฮอล์ E20 ตัว E นั้นก็คือ เอทานอล ตัวเลข 20 คือ จำนวนเปอร์เซ็น โดยการใช้งานแล้ว รถบางรุ่นอาจจะใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้างก็ต้องลองดูสเปคของเครื่องยนต์รถของสักหน่อยว่ารองรับเชื้อเพลิง E20 หรือเปล่า โดยความรู้สึกส่วนตัวที่ใช้น้ำมัน E20 นั้นทำให้อัตราการเร่งลดลงเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าประหยัดรายจ่ายค่ายเชื้อเพลิงไปเป็นร้อยเลยทีเดียว

แก๊สโซฮอล์ E85

เป็นน้ำมันเบนซินทางเลือกโดยพัฒนามาจาก แก๊สโซฮอล์ E20 มาอีกขั้น โดยอัตราส่วนที่แตกต่างไปตามชื่นก็คือ น้ำมันเบนซิน 15% และ เอทานอล 85%ซึ่งถ้าวัดตามสัดส่วนน้ำมัน E85 นั้นคือเชื้อเพลิงเบนซินแบบ 95 ที่ผสมกับเอทานอล ซึ่งตัวเลขของความนิยมของน้ำมัน E85 ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความเชื่อมั่น และรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ เริ่มจะรองรับแล้วและออกเทนมีมากกว่าน้ำมันตัวหลักอย่าง แก๊สโซฮอล์ 91 จึงทำให้รถรุ่นที่รองรับนั้นเพิ่มอันตราการเร่งได้ดีมากขึ้นด้วยน้ำมันชนิดนี้

น้ำมันดีเซล

สำหรับเชื้อเพลิงดีเซล นั้นมีความแตกต่างกับเบนซิน เริ่มจากการจุดระเบิดที่ต่างกัน และ การจ่ายน้ำมัน ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลกับเบนซินก็ต่างกันเช่นเดียวกัน โดยพื้นฐานของเครื่องยนต์ตั้งแต่ชุดเสื้อสูบ และ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ดีเซล นั้นมีทนทานมากกว่าเพราะหลักการของการจุดระเบิดภายในห้องเผาใหม่ที่ทำให้มีแรงระเบิด(แรงอัด)และความร้อนที่สูงกว่ามาก ดั้งนั้นถือว่าเป็นการห้ามเด็ดขาดที่จะเติมน้ำมันเชื้อเพลิงผิดประเภทระหว่างดีเซลและเบนซิน โดยการจำหน่ายของน้ำมันดีเซลหลัก ๆ แล้วก็มีสูตรที่ตายตัว และอาจจะมีตัวพิเศษของแต่ละสถานบริการน้ำมัน ซึ่งเรียกว่า “ดีเซลเกรดพรีเมียม” โดยจะมีราคาแพง และ ให้ผลดีกับเครื่องยนต์มากกว่าน้ำมันดีเซลเกรดปกติ

ดีเซล เกรดพรีเมี่ยม

ในส่วนของน้ำมันชนิดนี้จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปแล้วแต่ค่ายที่จำหน่าย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วน้่ำมันชนิด ดีเซลเกรดพรีเมี่ยมนั้น จะเป็นน้ำมันตัวพิเศษเรียกได้ว่าของดีเลยทีเดียวหลัก ๆ แล้วราคาก็จะแพงกว่าโดยจะมีราคาสูงกว่าตัวปกติราว ๆ 3 บาท และข้อดีนอกจากนี้คือการเผาไหม้ที่หมดจดพร้อมช่วยทำความสะอาดภายในเครื่องยนต์ และ เรียกประสิทธิ์ภาพพละกำลังของเครื่องยนต์ใหม่ทำงานได้อย่างเต็มที่ด้วยคุณสมบัติ ป้องกันการเป็นสนิม , ป้องกันการรวมตัวกับน้ำ, ป้องกันการเกิดฟอง ถือว่าอีกหนึ่งตัวที่ควรเติม นาน ๆ ทีก็ดีเพราะจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกภายในเครื่องยนต์ได้

ดีเซล B20

ถือว่าเป็นน้ำมันดีเซลตัวใหม่ที่ถูกปรุงแต่งให้อนุรักษ์ธรรมชาติ และ ราคาประหยัดขึ้นโดยรถที่จะเติมน้ำมัน ดีเซล B20 ได้จะต้องเป็นรถที่มีการผ่านมาตรฐาน Euro 4 เท่านั้นจึงจะรองรับ โดยรถใหม่ ๆ ก็จะมีให้เห็น แต่น้ำมันชนิดนี้ก่อนจะได้มาใส่รถยนต์ก็มีการใช้ร่วมกับเครื่องจักรเล็ก ๆ เกี่ยวกับการเกษตร และเริ่มนำร่องใช้กับรถบรรทุกยี่ห้อ Hino , Isuzu , Scania , UD Trucks , Volvo เป็นต้น โดยส่วนผสมหลักของน้ำมันชนิดนี้คือ ไบโอดีเซลเมทิลเอสเตอร์ (B100) ในอัตราส่วน 20% และน้ำมันดีเซล 80%

สำหรับน้ำมันชนิดต่าง ๆ นั้นผู้ใช้รถเองต้องห้ามลืมอย่าเติมผิดประเภทเช่นเครื่องยนต์เบนซินเติมน้ำมันดีเซล เพราะจำทำให้เครื่องยนต์มีปัญหา และอาจจะต้องถึงขั้นเปิดเครื่องมาซ่อมเลยทีเดียว นอกจากนี้น้ำรุ่นย่อยต่าง ๆ ที่มีหลายตัวอย่างฝั่งน้ำมันเบนซิน ผู้ขับนั้นก็ควรทราบด้วยว่ารถของคุณเติมน้ำมันได้แบบไหน บางรุ่นก็ไม่สามารถรองรับ E20 , E85 บางรุ่นก็รองรับ E85 ได้ โดยในสมัยนี้รถใหม่ ๆ ก็รองรับ E20 ได้แทบจะทุกรุ่น ส่วนทาง E85 ก็ต้องดูที่สเปครถก่อนแล้วกัน ในกรณีใช้น้ำมันทั่วที่ราคาไม่แพงอย่าง E20,E85 นาน ๆ ทีก็ควรจะเติมตัว 95 หรือ แก๊สโซฮอล 95 สลับไว้บ้างเพื่อบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ใช้ได้นาน ๆ นั่นเอง